The Constant Gardener
หลังจากที่วัยรุ่นเซ็งกับ Invisible Wave ที่ไม่มีรอบและโรงให้ดูเรย ก็ต้องรีบไปดูเรื่องนี้ก่อนที่จะพลาดอีก และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ หนังวางโครงเรื่องได้น่าสนใจและหยิบยกประเด็นความเห็นแก่ตัวของพวกบริษัทยาและระบบทุนนิยม ที่คิดในแง่ผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่นึกถึงมนุษยธรรม เพียงเพราะ "ยังไงพวกเขาก็ต้องตายอยู่แล้ว" ปีนี้หนังที่ได้รางวัลออสการ์ที่เราดูเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ Racism ทั้งสองเรื่อง ตอนแรกเรากะว่า เรื่องนี้องดูยากและน่าเบื่อ เพราะเราไม่ชอบ City of God ดูไม่จบอีกต่างหาก แต่เรื่องนี้ดูแล้วรู้สึก สนุก และน่าติดตามไปจนจบเรื่อง ตอนจบก็ทำได้สวย ดูไม่เป็น Hollywood เกิน
การที่บริษัทยารักษาวัณโรค ทดลองยาเหล่านี้กับผู้ยากไร้ในแอฟริกา หนังพยายามสื่อให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ "ไร้มนุษยธรรม" เพราะพวกเขาก็เป็นคนเหมือนๆกัน ทำไมต้องทำสิ่งเลวร้ายเหล่านี้แก่พวกเขา หนังพยายามบอกว่า ระบบ "ทุนนิยม" ทำให้มนุษยธรรมหายไป ทำให้คนตายจากการทดลองยา
ในฐานะที่เรามองว่า ระบบ "ทุนนิยม" มันไม่ได้เลวร้ายไปทุกเรื่อง ทุกๆอย่างมีสองด้านเสมอ ในมุมมองเรา เรารู้สึกว่า ถ้าบริษัทยามีวิธีการทดลองยาที่ดีกว่านี้ กล่าวคือให้สิทธิ์พวกเขารับรู้ว่า พวกเขากำลังกินยาอะไรอยู่ และจะมีผลอย่างไรหากยานี้มี side effect บริษัทเองก็ต้องทำการทดลองยาเพื่อช่วยผู้ป่วยอีกหลายล้านคน หากวัณโรคระบาดจริงๆ หรือยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นปัจจุบันคือ โรค HIV ที่แพร่ระบาดรุนแรงทั่วโลก โดยเฉพาะในแอฟริกา การทดลองที่ต้องใช้เวลานานในห้องแลบ คงจะไม่สามารถช่วยคนได้ทันมากกกว่าการทดลองกับคนจริงๆ เรามองในแง่กลับกันว่าบริษัทอาจไม่ได้ต้องการประหยัดเวลาเพราะพวกเขาอยากได้เงินเร็วๆ แต่โลกใบนี้ ทุกๆ 1 ชั่วโมง มีผู้ป่วยที่ตายด้วยโรค HIV 353 คน จะดีกว่าไหม หากเราทดลองยากับคนหนึ่งคนที่กำลังจะตายอยู่แล้วเพื่อให้อีก 352 คนมีชีวิตยืนยาวขึ้นได้เร็วขึ้น
เราคิดว่า สิ่งที่บริษัทยาทำ ไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่พวกเขาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องคือ พวกเขาไม่ให้ผู้ที่ถูกทดลองมีสิทธิ์ในการเลือกที่จะถูกทดลองยา หรือเลือกที่จะไม่ถูกทดลองยา ไม่ควรหลอกล่อพวกเขา แค่นั้นแหละ
ทำไมช่วงนี้ เรารู้สึกว่าสังคมสับสนกับคำว่า "ทุนนิยม" มากๆ เรายังเชื่อว่า ลัทธิทุกๆลัทธิมีสองด้านเสมอ ไม่มีด้านใดที่ที่สุดและเลวที่สุด แต่เราคิดว่าผู้ปกครองประเทศ ควรดูว่า สิ่งไหน "เหมาะสมที่สุด" กับประเทศนั้นๆต่างหาก แน่นอนว่าเราไม่สามารถทำให้คนทั้งประเทศคิดเห็นเหมือนกันได้ว่า ระบบการปกครองประเทศที่ผู้นำทำอยู่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง อย่างที่เถียงกันว่า กฟผ.ควรเข้าตลาดหรือไม่ ในมุมมอง "ทุนนิยม" แน่นอนว่าสิ่งนี้จะช่วยกระตุ้น ตลาดทุน ของประเทศไทยได้เนื่องจาก Market Cap จะขยายขึ้น เงินนอกจะไหลเข้ามาหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น แต่แน่นอน สิ่งที่ตามมาคือ ความไม่โปร่งใสในการแจงหุ้น ที่มักจะตกอยู่ในมือนักลงทุนเพียงไม่กี่นามสกุล เพราะพวกเขา "มีทุน"มากกว่า ดังนั้น ความไม่เท่าเทียมกันของสังคมก็เกิดขึ้น
สิ่งที่คนไทยจะทำได้คือ ก็ต้องเลือกพรรคที่มีแนวคิดแบบออกสังคมนิยมหน่อยๆน่ะ ไม่เอาทุนนิยมจ๋า แต่ก็อย่างว่าแหละ ทางเลือกเมืองไทยมีเยอะนักนี่ ไม่เหมือนแถวยุโรป เค้ามีพรรคการเมืองที่มีนโยบายชัดเจนว่าจะสังคมนิยม ทุนนิยม แรงงาน สิ่งแวดล้อม โน่นนี่
เฮ้อ พูดเรื่องพวกนี้แล้วเบื่อ แก้ไขอะไรมากไม่ได้ ได้แต่พูด เอ้า ชนนนนนนน หมดแก้วดีกว่า >_<
2 comments:
โอย เครียดค่ะเครียด อ่านแล้วนึกว่าเป็นภาค lighter version ของ Fringer ซะอีก หุหุ
แก่แล้วก็เงี้ยแหละ เริ่มเห็นใจเพื่อนมนุษย์ตาดำๆมากขึ้นกว่าสมัยก่อน เกิดมาอยู่บนโลกกันก็แป๊บเดียวไม่รู้จะเอาเปรียบคนอื่นกันไปถึงไหน ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ เฮ้อออออ ไปไหว้เจ้าสวดมนต์ที่วัดเล่งเน่ยยี่ดีก่า อิอิ
เอ้าคุณ เมื่อไหร่จะ update ซะทีละคะ
Post a Comment