Monday, April 17, 2006

Human and Rabbit



The Other Side of The Bed
ระหว่างหยุดสงกรานต์ นอกจากจะออกไปเที่ยวแรดสิบผับแล้ว ก็ได้โอกาสดูหนังสามเรื่องรวดคือ just like heaven, The Motorcycle Diaries และ The Other Side of the Bed

สามเรื่องนี้ขอเขียนเรื่องเดียวคือ The other side เพราะชอบเพลงประกอบในเรื่อง ร้องไปเต้นไป เอากันไป หนุกดี ดูแล้วรู้สึกว่าความคิดเรื่อง Monogarmous (ผัวเดียว เมียเดียว) มันชักจางลงไปทุกทีๆ จริงๆแล้วเคยมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นสัตว์ monogarmous แต่ที่เราพยายามเป็นแบบนี้ เพราะสังคมจะได้ไม่วุ่นวาย มีระเบียบ และมีศีลธรรมระบุไว้ว่าการทำแบบนั้นเป็นสิ่งที่ผิด ไม่งั้นคงมีข่าวฆ่ากันมากกว่านี้ แต่หนังเรื่องนี้ กลับมองในมุมว่า ตราบใดที่ทำแบบนี้แล้วต่างฝ่ายต่าง happy ก็ดีนี่นา อารายอย่างน้าน เคยมีคนทำนายไว้ว่าความเชื่อเรื่องผัวเดียวเมียเดียวจะหายไปในอีก 25 ปี เฮ่อ เกิดเร็วไปนิดงะ อีกไม่นาน มนุษย์ก็จะมีพฤติกรรมการสืบพันธ์เหมือนกระต่ายแล้ว คิดถูกแล้วล่ะที่จะไม่มีลูก

แอบลงรูปพระเอกเรื่อง motorcycle diaries 1 ที อิอิ น่าร้าก





Be with me
ไปดูที่ house มา มีคนดูไม่ถึง 20 คน หนังดีทีเดียว เราว่าเราโรคจิต ชอบดูอะไรที่มันออกหม่นๆ อึมๆหน่อยงะ ก็เลยชอบเรื่องนี้ ตอนจบร้องไห้ด้วย แต่แฟนเราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องร้องไห้ ทำไมต้องอย่างโง้น ทำไมต้องอย่างงี้ เราโคตรไม่ชอบอธิบายเลย บางทีเวลาดูหนัง ถ้าเราไม่คิดมาก มันก็จะสนุก ยิ่งไปคิดมากว่า เฮ้ย ไม่สมจริง ไม่มี logic มันก็ไม่ใช่หนัง หนังคืออะไรก็ได้ แล้วแต่คนเขียนบท และผู้กำกับอยากจะให้เป็น อยู่ที่ว่าเราชอบหรือไม่ชอบ แค่นั้นแหละ ดังนั้น เวลาคนวิจารณ์หนังที่เราชอบ เค้าให้ ดาวครึ่ง แต่เราอบอก โห สี่ดาวไปเลย หรือหนังอย่างหลวงพี่เท่ง ได้ไปหลายร้อยล้าน ทั้งๆที่ดูแล้วอยากจะเดินออกมา เพราะรู้สึกว่าเสียเวลานอน ก็เป็นได้ คณะนิเทศศาสตร์ถึงเป็นศาสตร์ที่ไม่สามารถวัดได้เหมือนเศรฐศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ไม่มีผิด ไม่มีถูก อยู่ที่ว่าเราชอบการดำเนินเรื่องแบบนี้ หรือไม่ชอบ แค่นี้แหละ




Always แฟนฉัน version ญี่ปุ่น
หนังเรื่องนี้ให้คะแนนเต็มๆกับCG เมื่อคืนฟังหนังหน้าไมค์ พี่จ๋องพูดถึงเรื่องนี้ว่า ผู้กำกับเป็นพวกทำคอม กราฟฟิกมาก่อน และเป็นหนังเรื่องแรกของเค้า เรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่คนญี่ปุ่นรักมาก และทุกวันนี้ก็ยังไม่จบ พอดูหนังเรื่องนี้ ก็รู้สึกเหมือนกับอ่าน reader digest อยู่ หนังทำละเมียด ให้คนคิดด้านบวก love is in the air และพยายามทำให้คนดูเห็นความสำคัญของสถาบันครอบครัว เราเองก็ไม่รู้ว่าสังคมญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ให้ความสำคัญกับสถาบันนี้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่เห็นอยู่รอบๆตัวเรา คนสมัยนี้ก็ไม่ค่อยใกล้ชิดครอบครัวเท่าไหร่ เป็นครอบครัวเดี่ยวซะมาก ดูอย่างบ้านดิชั้น ตอนนนี้จากหกคน เหลืออยู่สาม ยังดีที่น้องสามคนทำงานที่บ้าน แม่ได้เห็นหน้าลูกๆทุกวัน ไม่งั้นเค้าคงอยู่กับหมา นั่งเหงาไปวันๆ คนเราพอยิ่งโตก็ยิ่งมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ได้มองคนที่เค้าอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิดเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้จะไปไหนก็จะห่วงแม่ เพราะขาเค้าไม่ค่อยดี ไปแรดโน่นนี่ได้ไม่บ่อย แต่ช่วงหลังนี่เริ่มวาดลวดลายละ คงไม่ได้ให้แม่อยู่ติดบ้านละ เราก็สนับสนุนให้เค้าออกนอกบ้านเพราะเค้าจะได้ไม่เหงา

Perhaps Love งิ้วตะวันตก
เกือบหลับ ไม่อิน ขัดหูขัดตากับอาตี๋ อาหมวย แต่งตัวเป็นชาวตะวันตกไปมา ผิดหวังอย่างแรงกับหนังเรื่องนี้เพราะคิดว่าหนังจะดีกว่านี้ เค้าคงจะพยายามขายเพลง ขาย costume แต่ถ้าเทียบกับ หนังเรื่อง The Other Side of the Bed ที่เป็นภาษาเสปนที่เราฟังไม่ออกเหมือนกัน ยังจะสนุกซะกว่า อ้อ มีดีอย่างนึง เว็บไซต์ทำสวยมาก




Tuesday, April 04, 2006

รมณ์เสียเพราะความเสื่อมของสังคม

ช่วงที่ผ่านมาไม่มีอารมณ์ upload เท่าไหร่เนื่องจากหนังที่ไปดูมาเช่น brokeback mountain, Capote ก็โอเค แต่ไม่ค่อยอิน แถมมาเจอเรื่องกวนประสาทเรื่องคูหาเลือกตั้งที่หันตูดออกก็ยิ่งอารมณ์เสีย พอไปเชงเม้ง ตระกูลตันบุญเอกได้แตกออกเป็นสองทางเนื่องจากหนึ่งในญาติเราเป็นสว. ทรท และทำงานในแวดวงราชการ พูดกันแต่เรื่อง อยู่ดีๆก็อยากอาเจียนขึ้นมา เลยไปขายของที่จตุจักรดีกว่า เพราะคุยไปก็ไม่มีทางจบ คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าแฟนตัวเองปลื้มทักษิณ คงได้เลิกกันแน่ๆ ดังนั้น หากตอนนี้มีใครมาจีบ คำถามแรก คงไม่ใช่ อายุเท่าไหร่แล้ว แต่คงเป็นว่า "คิดยังไงกับการที่คูหาเลือกตั้งหันตูดออกมาวะ"
จริงๆนะ แค้นเรื่องนี้มาก รู้สึกว่าทำไมถึงอยากเป็นรัฐบาลขนาดนี้ ทำกันแบบนี้แล้วชาวบ้านที่เค้ารับตังค์มาก็กลัวหัวหด การกระทำครั้งนี้ของกกต.มันทำให้เราต้องการที่จะไปม๊อบเลยล่ะ (แม้จะเหม็นขี้หน้าจำลองก็ตามที) น้องชายเรา พอมันเห็นคูหาแบบนี้ มันหันหลังกลับแล้วก็ชูออกมาให้คนที่หย่อนบัตรรู้ไปเลยว่ากูกา "ไม่เลือกใครโว้ย" แถมวันนั้นมารู้ที่วัดว่าแม่เรากาทรท เพราะชีไม่ชอบจำลอง ก็รมณ์เสีย น้องชายเราแทบจะทิ้งแม่ไว้ที่เขตเลือกตั้งและให้นั่งแท๊กซี่ไปวัดเองซะงั้น ฮ่าๆๆๆ แต่มารู้อีกทีวันนี้ว่าแม่เราทำบัตรเสีย เพราะชีกาทั้งใช้ปากกา และตรายางปั๊ม ฮ่าๆๆๆๆ สมเป็นแม่กูจริงๆ
อ่านกระทู้พันทิพย์แล้วก็ปวดใจ พยายามเข้าใจคนที่เค้าคิดต่างจากเราเรื่องคูหาเลือกตั้ง แต่ยังไงก็ทำใจไม่ได้ ล่าสุดมีลือในพันธ์ทิพย์ว่านายกขึ้นฮ.ไปหาในหลวงที่วังไกลกังวล ณ ตอนนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่ หุ้นได้ขึ้นไป 8 จุดแล้ว จริงไม่จริงอย่างไรไม่รู้ แต่ถ้าเป็นจริงประเทศไทยคงอยู่ในสภาวะสงบกันสักที คนไทยจะได้เอาสมองไปคิดไปทำอย่างอื่น เบื่อเรื่องนี้จะตายอยู่แล้ว

รมณ์เสีย