แม่เจ้า นี่ไม่ได้update blog มาสี่ชาติแล้วเหรอเนี่ย คงเป็นเพราะไม่มีอารมณ์จะเขียนอะไรเลย เข้าใจว่า เขียนไปตอนนี้ก็คงไม่รู้ว่ามีใครอ่านหรอก เพราะบรรดาคนที่อ่านเค้าก็คงเลิกอ่านกันไปแร้ว
เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไปสิงคโปร์มา 3 วัน 2 คืนเลยอยากจะเขียนถึงซะหน่อย .....................
อืม.................อืม....................อืม.................. พูดถึงสิงคโปร์แล้วความคิดในหัวว่างเปล่า ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรประทับใจเลยนอกจาก
1. ห้าง ห้าง และ ห้าง
2. ร้านสเวนเซนส์มีขายอาหารด้วย โอ้
3. ความสะอาด ยกให้ห้าดาว ห้องน้ำมีระบบเลเซอร์ มันกดชักโครกได้เองหลังจากที่เราลุกขึ้นมาใส่กางเกงใน ทันใดนั้น ชักโครกก็ดัง! โตะใจโหมะเรย
4. มีร้าน gap, Ralph Loren, Banana Republic และ Agnes B. สุดที่รัก แต่ไม่ได้ซื้อซักยี่ห้อ เพราะแพงเกิน
5. Charles & Keith ราคาถูกกว่าเมืองไทย เลยซื้อฝากสายป่วนไปหนึ่งคู่ ในฐานะที่ชีเป็นสาวก
6. มีขาย greyhound ด้วยนะเออ
ระหว่างที่เราเดินเล่นในเมืองสิงคโปร์ เราก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจว่าประเทศมันเล็กนิดเดียว ทรัพยากรธรรมชาติก็ไม่มี เคยเป็นเมืองขึ้นชาวบ้านอีกต่างหาก แถมคนประเทศมันก็นิสัยแย่ แล้วทำไม้ ทำไม ทำไม มันถึงเจริญกว่าเราทุกอย่าง มันรวยกว่า แถมยังมาซื้อบริษัทในไทยไปอีกตั้งเยอะ
สิ่งที่ pop up ขึ้นมาในหัวก็คือ..... ผู้นำประเทศ .... สิงคโปร์มีลักษณะการปกครองแสร้งว่าประชาธิปไตย แต่ผู้นำประเทศมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนา ไม่มาวันๆนั่งตบตีกันเหมือนบ้านเรา
อย่างที่สอง ประเทศมันเล็ก ปกครองง่ายกว่า ควบคุมง่ายกว่า ก็เหมือนกับคนตัวเล็ก ทำอะไรก็คล่องกว่าคนตัวใหญ่ ประสิทธิผลในการพัฒนาถึงเร็วกว่า
เหตุผลสุดท้ายที่คิดได้ตอนที่ไปเหยียบประเทศมันคือ ... เพราะคนประเทศมันนิสัยไม่ดี มันถึงเจริญ งงล่ะสิท่านผู้ชม แต่ท่านเคยเห็นคนนิสัยดีแล้วเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานไหม... ไม่มีหรอก .... พวกที่เป็นเผ่าพันธุ์ bitchy เท่านั้น มันถึงได้ไปอยุ่ในระดับผู้บริหาร เหอๆๆๆๆ ดังนั้น ประเทศมันมีแต่คนที่เป็น bitch เดินกันเต็มถนน แล้วจะไม่ให้มันเจริญได้อย่างไร
คิดๆดูก็สะท้อนใจ ด่าๆมันอยู่เนี่ย แต่ลึกๆก็อยากให้กรุงเทพฯ (แค่กรุงเทพฯนะ ไม่ใช่ทั้งประเทศ เพราเราก็รักชนบทของประเทศไทยมากๆ) เจริญแบบมันบ้าง บ้านเมืองสะอ้าด สะอาด เดินไปไหนก็มีพื้นที่สีเขียวเยอะ
วันแรกที่เราไป ได้พักที่ The Oriental ประทับใจที่สุดคงเป็นอาหารเช้าที่ Melt เริ่ดที่สุดตั้งแต่เคยกินมา เฮียอุ้ยถึงขั้นมือไม้สั่น หยิบกินอะไรไม่ถูก แบบว่ามีแมคคาเดเมียให้ตักเป็นช้อนๆ วาฟเฟิลทำให้สดๆ น้ำผลไม้ปั่นกันเห็นๆ ไม่ได้ปั่นถุงละสิบบาทนะจ้ะ ปั่นแบบชีวจิตฮ่ะ คืนแรกฉลองการมาเยือนสิงคโปร์ด้วย dinner ที่ร้าน Swensen's ที่ orchard road ที่นี่เค้ามีอาหารเสริฟ์ด้วย เราสั่งสปาเกตตี้ กับข้าวราดหน้าชีสกับไก่ แค่สองจานก็แป๊กแล้ว กินต่อไม่ไหว ขากลับรอแทกซี่ไปชั่วโมงนึง ที่นี่แท๊กซี่หายากมาก แต่คนมีระเบียบ ต้องไปรอจุดที่เรียกแท๊กซี่โดยเฉพาะ ที่รอมีเก้าอี้ม้านั่งให้นั่งด้วย สบายดี
วันที่สอง ไป Vivo city ซึ่งเป็นห้างใหม่ ใหญ่สุดในสิงคโปร์ แต่เราว่าเราชอบ orchard road มากกว่า ช่วงเช้าก่อนเที่ยวเล่นเราเปลี่ยนที่พักไปที่ hotel 1929 เป็น boutique Hotel ตรง lobby ร่ารักเก๋ไก๋ แต่พอเปิดห้องไปเท่านั้นแหละ ขนาดห้องเท่าห้องอีก๊อปเลย เล็กมากๆ
คืนที่สองเราไปงาน Oktober Fest จัดแถวๆ Swiss Club ซึ่งบริษัทที่อุ้ยเค้าซื้อเหล็กอีกจ้าวนึงเค้า sponsor แล้วเชิญอุ้ยมาตั้งกะปีที่แล้ว ปีนี้ก็เชิญอีก งานสนุกดี มีคนแต่งตัวเหมือน ad pepsi ที่ร้อง อาฮ้าๆๆๆ ดาๆๆๆ เต็มไปหมด อยู่กันถึงเกือบห้าทุ่มก็กลับ
วันสุดท้ายก่อนจากเมืองสิงคโปร์ ก็ไปเดิน orchard road กันต่อ แล้วก็ช้อปๆๆๆ รู้สึกเหมือนอยู่เมืองไทยมาก
ถ้าใครอยากดูรูปที่เราไปเที่ยวสิงคโปร์มา เข้าไปดูได้ที่ hi5 ของดิชั้นนะจ้ะ
No comments:
Post a Comment