Saturday, January 19, 2008

หนังที่อยากดูแต่ไม่ได้ดู กับ หนังที่ดูแล้วอยากออกไปซื้อ pop corn กินนอกโรง

หนังที่อยากดูแต่ไม่ได้ดูในปี 2007
(ใครแอบอ่านอยุ่แล้วมีแผ่น ขอยื้มด้วย pleaseeee)


Feast of Love : ชั้นโกรธธธธ ตั้งใจจะไปดู ดันออกซะงั้น
The Pursuit of Happyness
Smokin' Aces
Copying Beethoven
The Fountain (ซื้อแผ่นมาแต่หายตอนทำบ้าน เซ็งเป็ด)
Lambs and Lion
Priceless
Little Children
Ensemble, c'est tout
Michael Clayton
Lust, Caution

หนังที่ร้องไห้ออกจากโรงเพราะเสียดายตังค์

โคตรรักเอ็งเลย: ไม่ชอบนางเอก ดูย้วยๆ ฉากดูดปากกับโน้ตดูแล้วไม่อยากจูบผู้ชาย ดูมี germs
Pirates of the Caribbean: At World's End: หนังเด็กงะ หลอกกันนี่หว่า
ตั๊ดสู้ฟุด :ชั้นคงไม่ใช่ target group
Rush Hour 3: อันเนื่องมาจากว่าไม่ชอบดูหนังตบตีกันโครมคราม ...
1408: ฮือๆๆๆๆ พี่จอหน์ คูแซก แก๊สระเบิด

10 อันดับหนังในดวงใจปี 2007

ตั้งใจว่าจะเขียน 10 อันดับหนังปี 2007 ที่เราชอบเมื่อปีที่แล้วเป็นหัวข้อตอนปีใหม่ แต่.. เราลืม.. แล้วเราจะจำได้ไงว่าเราดูอะไรไปบ้างอ่ะ ใน blog นี้ก็ตามจังหวะว่างก็เขียน ไม่ว่างก็ลืม ... ก็เลยว่าจะเสียมารยาทออสการ์ รวม Across the universe ไปด้วย เพราะเพิ่งดูและชอบ 555 blog ข้า ตามใจข้าจิงๆ

10) 2 days in Paris (ในที่สุด 1 ใน 10 อันดับก็มีอะไรเกี่ยวกับฝรั่งเศสสุดที่รัก อิอิ) ดูแล้วเหมือนเห็นตัวเองอยู่กับแฟน คนเขียนบทน่าจะเอาสิ่งที่เค้าคุยกับแฟนมาเขียน แล้วพัฒนามาเป็นบท เหมือนกับเวลาดูเรื่องพลอย แล้วรู้สึกว่า ทุกคู่มันคุยกันอย่างนี้หรือไง ทำไมคุ้นจริง

9) พลอย ทำให้เรายิ่งมั่นใจในความเชื่อที่ว่า ความรัก มีวันหมดอายุ แต่ความผูกพัน ไม่มีที่สิ้นสุด

8) Nana2 ชอบเพราะว่ารักเรื่อง Nana 1 โฮะๆๆ ล้อเล่น ภาคสองนี่เค้าก็มีปมหนังดีเหมือนกันอ่ะ เพราะเท่าที่รู้ ชะนีญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็เป็นแบบฮะจิอ่ะ ไม่รู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะทำอะไร แล้วก็มีแต่เรื่องเลิฟๆตามประสา แม้ว่าตอนจบจะดูเพ้อเจ้อไปหน่อย แต่ก็เอาอ่ะ หนังก็คือหนัง

7) Babel ชอบจังเลย หนังที่เป็นเรื่องของคนในสถานที่ๆต่างกันแต่สามารถเชื่อมโยงกันได้ในจุดใดจุดหนึ่ง มันเหมือนกับเราเป็นพระเจ้าและกำลังมองมนุษย์ที่เหมือนกับฝูงมดเดินกันไปมาและมีวิธีจัดการชีวิตของแต่ละคนต่างกันไปตามสภาวะปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ดูแล้วอยากให้ผุ้ก่อการร้ายภาคใต้ดู แล้วคิดว่า ยังไงซะ เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ทำดีกันไว้ แล้วเลิกเผาโรงเรียนเหอะ เหนื่อย

6) Music and Lyrics เพิ่งจะมารู้ใจตัวเองเมื่อไม่นานมานี้หลังจากดูรายการ cinema cinema cinema สิบอันดับหนังเพลง ว่าชั้นชอบดูหนังเพลงนี่หว่า หนังเรื่องนี้ soundtrack น่ารัก และชอบดรูว์แบรี่มอร์ หน้าตาน่าแกล้งมาก

5) Final Score เรื่องนี้เข้าไปดูเพราะเป็นหนัง GTH แต่ผู้กำกับเค้าทำดีกว่าที่คิด ดูแล้วคิดถึงตอนเราเอนท์ ชีวิตแบบนี้เลย สับสน ไม่รู้อนาคต มองไปข้างหน้าอย่างเดียวว่า ทำไงถึงเอนท์ติด

4) Across the Universe ชอบเพราะ beatles soundtrack เพราะ แค่นี้แหละ plot เรื่องอย่าคิดมาก ภาพสวย เพลงเพราะ กับเพลงความหมายๆลุ่มลึกของ the beatles ก็เพียงพอแล้ว

3) The lives of others เอ๊ะ หรือว่าชั้นชอบดูหนังที่เกี่ยวกับความหดหู่ของช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเนี่ย เรื่องนี้คนเล่นเป็น spy เล่นดีมากๆ

2) Pan's Labyrinth (จำไม่ได้ว่าดูตอน 2007 หรือ 2006 แต่ไม่รู้ล่ะ รวมๆไปด้วย) ยอดเยี่ยมทั้งภาพและบท หนังสะท้อนให้เห็นถึงการมองโลกที่ในความเป็นจริงมันช่างโหดร้ายในยุคสงครามโลก แต่เด็กเลือกที่จะใช้จินตนาการของตัวเองเข้าไปผูกกับชีวิตจริงของเธอ ตอนจบอาจดูเศร้า แต่ชีวิตของเธอช่างมีความสุขมากกว่าตอนที่เธออยู่กับโลกความจริง

1) รักแห่งสยาม แม้ว่าจะมีคนหาว่าหนังเรื่องนี้หลอกลวงในด้านการโฆษณา แต่เราเข้าใจคนทำ Marketing ว่าถ้าขายประเด็นเกย์แล้วหนังก็จะจบแบบเพื่อนกูรักมึง เนื่องจากยังไง้ ยังไง สังคมไทยส่วนใหญ่ ก็ยังมีคนรับไม่ได้กับการเห็นฉากผู้ชายดูดปากกัน ได้แต่หวังว่าน้องมะเดี่ยวจะไม่ถอดใจไปวะก่อนและทำหนังดีๆเช่นนี้ให้เรามาดูอีก และด้วยความชอบส่วนตัวที่เราชอบดูหนังรัก เราขอยกให้ "รักแห่งสยาม" เป็นหนังในดวงใจและขึ้นแท่นหนังรักในดวงใจอันดับหนึ่งสำหรับปีนี้

Wednesday, January 02, 2008

Wonderful Hong Kong

Disneyland Hongkong



Wonderful Hong Kong


เราไปเที่ยวฮ่องกงมาเมื่อ 22-26 ธันวาคมที่ผ่านมา ตอนแรกตั้งใจว่าจะช๊อปปิ้งไม่เกิน 10,000 บาท แต่ไปๆมากๆ เกินงบไม่ไม่รู้กี่เท่า มานั่งคิดๆดู ก็พอๆกับโบนัสที่ได้น้อยนิดกระจิดริดในปีนี้ แต่เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า เงินซื้อความสุขได้จริงๆ ฮ่า ดีที่ตลอดทริปนี้แฟนคนดีเลี้ยงหมด ไม่งั้นงบคงบานปลายไปกว่านี้แน่ๆ

ฮ่องกงตอนที่เราอายุ 32 ปี กับตอนที่ไปเมื่ออายุ 17 ปีนี่ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว สมัยโน้นไม่รู้จักยี่ห้ออะไร ตามอาอี้เค้าไปเรื่อยๆ เดินก็แค่ Ocean Terminal แต่คราวนี้เราไปห้าวันสี่คืน วันแรกเราก็ช๊อปกันแล้วด้วย sisley, Benetton ลด 50% เมื่อซื้อสี่ชิ้นขึ้นไป พี่เค้าเลยล่อสี่ชิ้น แถมอุปการะเสื้อเราอีกหนึ่งตัว เย้ วันที่สองไป Hong Kong Disneyland เนื่องจากไม่ได้คาดหวัง ดังนั้น มันก็เลยสนุกสนาน ถ่ายรูปเพลิน แถมตอนกลางคืน เค้ามีหิมะฟองสบู่ น่ารักมาก และมี firework กับประดับไฟช่วงคริสมาส คุ้มค่ามากๆ หลังจากกลับจากดิสนี่ เชือ่ไหมว่า เราช๊อกันต่อ และแน่นอน สามวันที่เหลือ เราก็เดินช้อปปิ้งกันตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด จนถึงห้างปิด ยิ่งวัน X’mas eve เค้าเปิดร้านถึงตีสอง แต่เราขาเดี้ยงตอนเที่ยงคืน ต้องกราบเท้าแฟนให้ช่วยไปส่งเราที่โรงแรม เพราะพี่แกไม่รู้จักเหน็ดหนื่อยเลย ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน งานนี้เรียกว่ามาทีช้อปกันกระจาย แถมตระเวนกินอาหารกันใหญ่ แต่สุดท้ายก็ตายรังที่ร้าน Sweet Dynasty ของเค้าดีจริงๆ ใครไปฮ่องกงห้ามพลาดเด็ดๆ เราไปกินมาสี่ห้ามือ พยายามสั่งไม่ซ้ำอย่าง ก็ยังอร่อยทุกอย่าง นี่ขนาดเราไม่ค่อยอินอาหารจีนเท่าไหร่ แต่รับประกันว่ารสชาติดีทุกจาน



หมี่ผัดรสชาติเด็ดดวง กินกับชาจีนร้อน



ร้านที่ประทับใจที่สุด แน่นอน เป็นร้าน Agnes B. Café โดยที่แฟนเราเค้าจองไว้ล่วงหน้าโดยไม่บอกเรา แล้วให้เราเลือกเอง แล้วบังเอิญอีกที่เราก็เลือกร้านนี้ พอไปถึง เค้าก็บอกว่า เราต้องซื้อเป็น dinner Set คนละ 1,200 เหรียญ เราก็มองหน้าแฟนว่าเอาไงดีหว่า แพงชมัด แต่คุณแฟนเค้าชี้ชื่อเค้าไปแล้วบอกว่า เค้าจองชื่อนี้ เราก็อึ้งไป.. เดินตามไปแบบงงๆ ที่แท้เค้ากะจะ surprise เรานี่เอง ร้านออกแบบน่ารักมาก อาหารก็อร่อย เป็นครั้งแรกที่กินอาหารฝรั่งเศสแบบ full course เรียนอยู่ที่โน่น มีแต่ทำกินเอง แล้วก็กินเคบับ




Sweet dinner on X'mas Eve


ร้านขนมที่อร่อยๆก็มีร้านมะม่วง จำไม่ได้แล้วว่าชื่อร้านอะไร แต่อารมณ์ Mango Tango แต่อร่อยล้ำ


สรุปว่าทริปนี้ประทับใจสุดๆ ไม่คิดว่าไปฮ่องกงจะสนุกขนาดนี้ ตั้งใจว่าจะเก็บตังค์ไว้ไปฉลองคริสมาตที่โน่นคราวหน้าแน่ๆ