ตั้งใจว่าจะเขียน 10 อันดับหนังปี 2007 ที่เราชอบเมื่อปีที่แล้วเป็นหัวข้อตอนปีใหม่ แต่.. เราลืม.. แล้วเราจะจำได้ไงว่าเราดูอะไรไปบ้างอ่ะ ใน blog นี้ก็ตามจังหวะว่างก็เขียน ไม่ว่างก็ลืม ... ก็เลยว่าจะเสียมารยาทออสการ์ รวม Across the universe ไปด้วย เพราะเพิ่งดูและชอบ 555 blog ข้า ตามใจข้าจิงๆ
10) 2 days in Paris (ในที่สุด 1 ใน 10 อันดับก็มีอะไรเกี่ยวกับฝรั่งเศสสุดที่รัก อิอิ) ดูแล้วเหมือนเห็นตัวเองอยู่กับแฟน คนเขียนบทน่าจะเอาสิ่งที่เค้าคุยกับแฟนมาเขียน แล้วพัฒนามาเป็นบท เหมือนกับเวลาดูเรื่องพลอย แล้วรู้สึกว่า ทุกคู่มันคุยกันอย่างนี้หรือไง ทำไมคุ้นจริง
9) พลอย ทำให้เรายิ่งมั่นใจในความเชื่อที่ว่า ความรัก มีวันหมดอายุ แต่ความผูกพัน ไม่มีที่สิ้นสุด
8) Nana2 ชอบเพราะว่ารักเรื่อง Nana 1 โฮะๆๆ ล้อเล่น ภาคสองนี่เค้าก็มีปมหนังดีเหมือนกันอ่ะ เพราะเท่าที่รู้ ชะนีญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็เป็นแบบฮะจิอ่ะ ไม่รู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะทำอะไร แล้วก็มีแต่เรื่องเลิฟๆตามประสา แม้ว่าตอนจบจะดูเพ้อเจ้อไปหน่อย แต่ก็เอาอ่ะ หนังก็คือหนัง
7) Babel ชอบจังเลย หนังที่เป็นเรื่องของคนในสถานที่ๆต่างกันแต่สามารถเชื่อมโยงกันได้ในจุดใดจุดหนึ่ง มันเหมือนกับเราเป็นพระเจ้าและกำลังมองมนุษย์ที่เหมือนกับฝูงมดเดินกันไปมาและมีวิธีจัดการชีวิตของแต่ละคนต่างกันไปตามสภาวะปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ดูแล้วอยากให้ผุ้ก่อการร้ายภาคใต้ดู แล้วคิดว่า ยังไงซะ เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ทำดีกันไว้ แล้วเลิกเผาโรงเรียนเหอะ เหนื่อย
6) Music and Lyrics เพิ่งจะมารู้ใจตัวเองเมื่อไม่นานมานี้หลังจากดูรายการ cinema cinema cinema สิบอันดับหนังเพลง ว่าชั้นชอบดูหนังเพลงนี่หว่า หนังเรื่องนี้ soundtrack น่ารัก และชอบดรูว์แบรี่มอร์ หน้าตาน่าแกล้งมาก
5) Final Score เรื่องนี้เข้าไปดูเพราะเป็นหนัง GTH แต่ผู้กำกับเค้าทำดีกว่าที่คิด ดูแล้วคิดถึงตอนเราเอนท์ ชีวิตแบบนี้เลย สับสน ไม่รู้อนาคต มองไปข้างหน้าอย่างเดียวว่า ทำไงถึงเอนท์ติด
4) Across the Universe ชอบเพราะ beatles soundtrack เพราะ แค่นี้แหละ plot เรื่องอย่าคิดมาก ภาพสวย เพลงเพราะ กับเพลงความหมายๆลุ่มลึกของ the beatles ก็เพียงพอแล้ว
3) The lives of others เอ๊ะ หรือว่าชั้นชอบดูหนังที่เกี่ยวกับความหดหู่ของช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเนี่ย เรื่องนี้คนเล่นเป็น spy เล่นดีมากๆ
2) Pan's Labyrinth (จำไม่ได้ว่าดูตอน 2007 หรือ 2006 แต่ไม่รู้ล่ะ รวมๆไปด้วย) ยอดเยี่ยมทั้งภาพและบท หนังสะท้อนให้เห็นถึงการมองโลกที่ในความเป็นจริงมันช่างโหดร้ายในยุคสงครามโลก แต่เด็กเลือกที่จะใช้จินตนาการของตัวเองเข้าไปผูกกับชีวิตจริงของเธอ ตอนจบอาจดูเศร้า แต่ชีวิตของเธอช่างมีความสุขมากกว่าตอนที่เธออยู่กับโลกความจริง
1) รักแห่งสยาม แม้ว่าจะมีคนหาว่าหนังเรื่องนี้หลอกลวงในด้านการโฆษณา แต่เราเข้าใจคนทำ Marketing ว่าถ้าขายประเด็นเกย์แล้วหนังก็จะจบแบบเพื่อนกูรักมึง เนื่องจากยังไง้ ยังไง สังคมไทยส่วนใหญ่ ก็ยังมีคนรับไม่ได้กับการเห็นฉากผู้ชายดูดปากกัน ได้แต่หวังว่าน้องมะเดี่ยวจะไม่ถอดใจไปวะก่อนและทำหนังดีๆเช่นนี้ให้เรามาดูอีก และด้วยความชอบส่วนตัวที่เราชอบดูหนังรัก เราขอยกให้ "รักแห่งสยาม" เป็นหนังในดวงใจและขึ้นแท่นหนังรักในดวงใจอันดับหนึ่งสำหรับปีนี้
No comments:
Post a Comment