Wednesday, March 12, 2008

ฝนพรำในวันเหงาๆ


7 มีนา 08
จำไม่ได้ว่าเคยรู้สึกแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เวลาที่เราไม่สบายแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีใคร ป่วยไป นอนไป น้อยใจไป เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ไม่สบายอย่างหนักจนมาทำงานไม่ไหว นอนซม แต่เพียงแค่วันก่อนหน้าที่จะป่วย มีปากเสียงกับแฟน แฟนวางหูใส่ เราก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องทำแบบนั้น อารมณ์ตอนไม่สบายก็เหมือนกับ ทั้งป่วย ทั้งน้อยใจรวมกัน เราไม่สบายทั้งวัน เค้าก็คงไม่รู้ว่าเราไม่ได้ไปทำงาน แต่ก็ไม่มีเสียงโทรศัพท์ถามไถ่กันสักคำ นั่งคิดไปก็รู้สึกไปว่ามีแฟนก็เหมือนไม่มี โทรมาอีกทีตอนสี่ทุ่ม พอรู้ว่าเราไม่สบาย ก็บอกแค่ว่า งั้นฟาพักผ่อนละกัน แล้วก็วางสายไป

8 มีนา 08
นอนทั้งวัน คุยกันอีกทีก็ตอนที่เราโทรไป เพราะเค้า msg มาแต่เราเพิ่งตื่นนอนเอาเมื่อตอนเย็น แต่เรื่องมันจบลงตรงที่การทะเลาะกันต่อ เราคิดหลายครั้งมากว่าทำไมจะต้องมีแต่เราที่ต้องมานั่งเข้าใจในสิ่งที่เค้าทำ ทั้งๆที่เค้าเองไม่ได้พยายามจะเข้าใจอะไรเราเลย เพราะเค้าเชื่อว่า สิ่งที่เค้าทำเป็นสิ่งที่เค้าคิดดีแล้ว ถึงจะผิด แต่ก็เป็นการกระทำที่ถูกต้องเพราะเค้าคิดไว้ว่า มันจะต้องเป็นแบบนั้น โดยไม่ฟังความจริงจากเราสักคำว่าเราทำในสิ่งทีเค้าประนามแล้วหรือยัง

9 มีนา 08
วันอาทิตย์ อาการเราก็ยังไม่ดีขึ้น เราจึงตัดสินใจออกจากบ้านด้วยอาการเบลอๆไปหาหมอเองอีกครั้ง ขับรถด้วยอัตรา 80 กม.ต่อชั่วโมง หมอฉีดยาแก้อักเสบที่ก้นไปหนึ่งเข็ม ซึ่งเจ็บโคตรๆ เราก็เดินขาลากไปที่จอดรถจนพยาบาลเข้ามาถามว่าเอารถเข็นไหม มันทำให้เราคิดถึงเมื่อหลายปีก่อนในวันที่เราท้องเสียอย่างรุนแรง แล้วต้องขับรถไปโรงพยาบาลพระราม 9 แล้วต้องนั่งรถเข็นมาที่รถ ในตอนนั้น เราจำไม่ได้ว่าเรามีแฟนอยู่หรือเปล่า แต่วันนั้นกับวันนี้ ทำไมมันช่างเป็นความรู้สึกที่เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ วันนี้ฉันมีเธอ แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามีเธออยู่ข้างๆ

ตกเย็น เรารู้สึกแย่มาก จึงโทรไปหาเค้า เค้าให้เหตุผลว่า เค้ารู้สึกว่าเมื่อไหร่ที่เค้าเสนอความปราถนาดีไปให้ เรามักจะปฏิเสธทุกครั้ง จึงทำให้หลังๆ เค้าไม่อยากสนออะไร เพราะกลัวถูกปฏิเสธอีก ...เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... แมนไป ก็ไม่ดี