จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองอยู่กรุงเทพฯช่วงสงกรานต์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ปีนี้ไม่ได้ไปไหน เพราะต้องเก็บตังค์แต่งงาน แอบเซ็ง แต่ทำไงได้ อยากไปทะเลๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
anyway อยู่กทม.ก็ดีเหมือนกัน หยุดสี่วันทำโน่นทำนี่ นอนตื่นสาย ดูหนังไปสองเรื่อง (Always 2 กับ ปิ๊ดปี้ปิ๊ด 2 นมหกทั้งเรื่องเลย) แล้วยังเล่นน้ำไปสองวัน เที่ยวสองคืน ไปสำเพ็ง ไปจตุจักร ไปร้านการ์ดที่อยู่ไกลมากๆๆๆๆๆๆๆๆ และหลงทางอีกต่างหาก และที่ขาดไม่ได้ กินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หยุดสี่วันรู้เลยว่าอ้วนขึ้น เหอๆ
วันที่ไปเล่นน้ำที่สีลม ตื่นเต้นมาก เพราะคนเยอะจัด ไม่เคยเห็นคนเยอะที่สีลมขนาดนี้ ที่เคยไปเล่น ก็แค่ซอย 4 แต่นี่ปิดทั้งสีลมเลย เห็นว่าข้าวสารให้ปิดสองทุ่ม คนเลยแห่กันมาที่นี่ คิดแล้วก็แปลก รัฐบาลเอาหัวแม่โป้งคิดอีกละว่า จะให้เล่นถึงแค่สองทุ่ม คนมันก็แห่ไปที่อื่นสิ เราว่า ข้าวสารมันต้องไม่ให้เงินใต้โต๊ะตำรวจ มันเลยออกกฎโง่ๆมา ไม่เล่นข้าวสาร เค้าก็ไปเล่นที่อื่น ไม่เห็นจะต้องสนใจ อีกระทรวงวัฒนธรรมก็บ้าๆบอๆ เอา girly berry มาแต่งชุดไทย ทำท่าไหว้ แล้วก็รณรงค์ให้คนใส่ชุดไทยวันสงกรานต์ สักพัก พอพวกนี้ไปออกคอนเสิร์ตที่ข้าวสาร แล้วแต่งตัวเหมือนเดิมที่พวกเค้าแต่ง ก็ทำท่าไม่พอใจ ทั้งๆที่จริงๆ สาวๆพวกนี้เค้าก็แต่งตัวแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ช่วงแรกที่เอามาใส่ชุดไทย ทำท่าไหว้ สื่อก็ด่าเหมือนกันว่า ทำอะไรอยู่อ่ะ เห็นแล้วรู้เลยว่า แอ๊บชัดๆ วงนี้ถ้าไม่แต่งตัวแบบนี้ มันก็ไม่มีอะไรดึงดูดอยู่แล้ว เค้าเน้นขายหน้าตา ไม่ได้ขายเสียงอยู่แล้ว อีกระทรวงบ้านี่โง่เองที่เอาวงนี้มาเป็น presenter
คนไทยทำแบบนี้ประจำอ่ะ เบื่อ คิดแค่ฉาบฉวย เอะอะก็ใช้ presenter ไปมา ไม่ได้ศึกษาถึงปัญหาและสาเหตุของวัฒนธรรมจริงๆว่าทำไมคนไทยถึงไม่รักษาวัฒนธรรมการแต่งกายประจำชาติเหมือนญี่ปุ่น คนไทยกำลังถูกกลืนด้วยวัฒนธรรมข้ามชาติ ซึ่งมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะสื่อต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา รวมถึงโลกหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้น คลื่นวัฒนธรรมลูกไหนที่มาแรง และมีความถี่สูง ก็ย่อมกลืนคลื่นลูกอื่นๆไปได้ง่าย
เฮ่อ บ่นอีกละ เดี๋ยววันนี้ว่าจะไปดูสี่แพร่ง ไม่รู้หนุกเปล่า เมื่อไหร่งาน roadshow จะเสร็จซะที เหนื่อยจัง ทำงานกับ perfectionist ไม่รู้ว่างานจะออกมาเป็นไง ที่กลัวก็ภาษาอังกิดอ่ะ คน goldman sachs ที่สิงคโปร์พูดเร็วมากกกกกกกก คุยกับชีทีจะเป็นลม แถมยังเจอ mr. perfectionsit อีก และท่านก็สนิทกับนายเราเป็นพิเศษ จะด่าไรเรา ถึงนายแน่ๆ 55555 มันส์โว้ย เอาวะ อย่างมากก็โดนไล่ออก แต่หวังว่าคงไม่ทำให้บริษัทต้องมาเสียชื่อเสียงเพราะเราละกัน
Saturday, April 19, 2008
Sunday, April 06, 2008
ปิดเทอมใหญ่ หัวใจ Vantage Point
สืบเนื่องจากการที่บ้า Prison Break มาก จึงสนุกกับหนังรื่อง Vantage Point มาก หนังพวกแนวลอบสังหารปธน.สหรัฐ เลิฟมาก สงสัยเป็นเพราะคงอยากให้อี GB มันโดนลอบสังหารจริงๆ ฮ่า Ops ไม่เอาๆ คิดแบบนี้บาป
หนังมีการวางบทได้สนุกดี ลักษณะการดำเนินเรื่องแปลก แต่อีชะนีที่นั่งข้างๆสี่ห้าคนดูแล้วก็หัวเราะว่า ทำไมต้องเริ่มเรื่องแบบนี้ ซึ่งทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดใจมาก เพราะรำคาญ สักพักก็ทำใจได้ว่า เออ..คนเรามองมุมต่างกันจริงๆ เรามองว่าเท่ห์ แต่อีกห้าคนมองว่า ผู้กำกับมันทำอะไรของมัน
ช่วงเดือนวันเกิดที่ผ่านมา บริษัทมีความวุ่นวายใหญ่หลวง เราเองก็ไม่สบายสองครั้งซ้อน ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา แต่พอหลังวันเกิดก็รู้สึกว่าค่อยๆดีขึ้น ดวงเราจะเป็นอย่างนี้ทุกปี เพิ่งมาสังเกตตุวเองเมื่อไม่นาน สิ่งที่ทำได้คือ พยายามแผ่เมตตา ใส่บาตร และคิดว่าอะไรๆคงจะดีขึ้นในไม่ช้า
เพราะความรัก..ไม่มีการหยุดพักเหมือนการเรียน
หลายอาทิตย์ก่อนไปดูหนังเรื่อง ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ย้งเค้าคงทำหนังให้กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ม.ปลายไปจนถึงมหาลัย แต่เราก็ยังหน้าด้านเดินเข้าไปดู ฮ่า หนังดูแล้วสนุกดีอ่ะ ดูจบยังคิดเลยว่าน่าจะทำเงิน เพราะหนังออกแนวน่ารักๆ แต่ก็ไม่ได้เลี่ยน ดูแล้วสนุกสนาน ร่าเริง เพลงเพราะ เราว่าจะทำหนังให้มันได้อย่างนี้ ยากกว่าหนังแบบที่บทหนักๆแบบ คืนบาปพรมพิราม หรือลองของอีกอ่ะ เพราะมันยากที่จะทำให้คนรู้สึกว่าสนุกแต่มีรสนิยม ไม่ใช่แนวแบบเรื่อง "กิ๊ก" ที่เน้นเด็กน่ารักแล้วก็พล๊อตเรื่องเบาๆ ชอบน้องแพทในเรื่องมาก หน้าตาถ้าแยกออกมาทีละส่วนก็ไม่สวยอ่ะ แต่เอามารวมๆกัน น่ารักเชียว
หนังมีการวางบทได้สนุกดี ลักษณะการดำเนินเรื่องแปลก แต่อีชะนีที่นั่งข้างๆสี่ห้าคนดูแล้วก็หัวเราะว่า ทำไมต้องเริ่มเรื่องแบบนี้ ซึ่งทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดใจมาก เพราะรำคาญ สักพักก็ทำใจได้ว่า เออ..คนเรามองมุมต่างกันจริงๆ เรามองว่าเท่ห์ แต่อีกห้าคนมองว่า ผู้กำกับมันทำอะไรของมัน
ช่วงเดือนวันเกิดที่ผ่านมา บริษัทมีความวุ่นวายใหญ่หลวง เราเองก็ไม่สบายสองครั้งซ้อน ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา แต่พอหลังวันเกิดก็รู้สึกว่าค่อยๆดีขึ้น ดวงเราจะเป็นอย่างนี้ทุกปี เพิ่งมาสังเกตตุวเองเมื่อไม่นาน สิ่งที่ทำได้คือ พยายามแผ่เมตตา ใส่บาตร และคิดว่าอะไรๆคงจะดีขึ้นในไม่ช้า
เพราะความรัก..ไม่มีการหยุดพักเหมือนการเรียน
หลายอาทิตย์ก่อนไปดูหนังเรื่อง ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ย้งเค้าคงทำหนังให้กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ม.ปลายไปจนถึงมหาลัย แต่เราก็ยังหน้าด้านเดินเข้าไปดู ฮ่า หนังดูแล้วสนุกดีอ่ะ ดูจบยังคิดเลยว่าน่าจะทำเงิน เพราะหนังออกแนวน่ารักๆ แต่ก็ไม่ได้เลี่ยน ดูแล้วสนุกสนาน ร่าเริง เพลงเพราะ เราว่าจะทำหนังให้มันได้อย่างนี้ ยากกว่าหนังแบบที่บทหนักๆแบบ คืนบาปพรมพิราม หรือลองของอีกอ่ะ เพราะมันยากที่จะทำให้คนรู้สึกว่าสนุกแต่มีรสนิยม ไม่ใช่แนวแบบเรื่อง "กิ๊ก" ที่เน้นเด็กน่ารักแล้วก็พล๊อตเรื่องเบาๆ ชอบน้องแพทในเรื่องมาก หน้าตาถ้าแยกออกมาทีละส่วนก็ไม่สวยอ่ะ แต่เอามารวมๆกัน น่ารักเชียว
Once
ใจสู้หรือเปล่า...
ในบางช่วงเวลา คุณเคยพบคนบางคน ที่แม้จะเพิ่งเจอกันไม่นาน แต่เขาหรือเธอสร้างจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตคุณหรือไม่ คนๆนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนหรือเพื่อน อาจเป็นใครสักคนที่เดินเข้ามา และช่วยนำทางคุณไปยังในที่ๆคุณฝันไว้ แม้ว่าคนๆนั้น มีโอกาสได้เพียงแค่คิดถึงมันและอยู่กับโลกปัจจุบัน
Once เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปินข้างถนนที่รับซ่อมเครื่องดูดฝุ่น แล้ววันหนึ่งก็มีเด็กสาวขายดอกไม้เข้ามาพูดคุยในช่วงเวลาที่เขากำลังต้องการเพื่อนหรือใครสักคนที่จะพูดคุย หนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงความฝัน คนบางคน หลงลืมความฝันของตัวเอง และอยู่กับโลกปัจจุบัน เพราะเขาเชื่อว่ามันไม่มีทางที่จะทำมันได้ คนบางคน กลัวที่จะทำตามใจตัวเอง เพราะด้วยภาระผูกพัน ที่บางครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นแค่เพียงข้ออ้าง เพราะเราไม่กล้าที่จะเดินไปตามทางนั้นต่างหาก แต่คนบางคน ก็เลือกที่จะทำอะไรบางอย่าง เพื่อเดินทางตามความฝันของตัวเอง แม้ว่าจะมองไม่เห็นทางข้างหน้า แต่ก็มีความเชื่อที่จะทำ Once ทำให้เรารู้สึกอิจฉาคนที่รู้ตัวว่าชีวิตตัวเองต้องการอะไร และเดินตามสิ่งที่ตัวเองนั้นต้องการ
สงสัยว่าเราคงเป็นคนที่ชอบดูหนังเพลงแน่ๆเลย เพราะไม่ว่าจะไปดูเรื่องไหน 99% เดินออกจากโรงต้องรีบแจ้นไปหาแผ่น soundtrack เรื่อง Once นี่อยากดูมานานแล้ว พี่ยุ้ยเชียร์ให้ไปดู ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพลงเพราะมากๆ ดูเสร็จแล้วก็ตั้งใจว่าจะออกไปหาแผ่นเพลงแน่ๆ แล้วก็ผ่านร้านประจำที่สยามเลยถอยมาสองแผ่น อีกนึ่งแผ่นคือ soundtrack หนังเรื่อง Juno หนังเรื่องนี้ก็ท่าทางจะดี CG น่ารัก แต่เหตุที่ว่าไม่ได้ดูหนังแต่ฟังเพลงก่อนก็เลยไม่ค่อยอิน
ในบางช่วงเวลา คุณเคยพบคนบางคน ที่แม้จะเพิ่งเจอกันไม่นาน แต่เขาหรือเธอสร้างจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตคุณหรือไม่ คนๆนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนหรือเพื่อน อาจเป็นใครสักคนที่เดินเข้ามา และช่วยนำทางคุณไปยังในที่ๆคุณฝันไว้ แม้ว่าคนๆนั้น มีโอกาสได้เพียงแค่คิดถึงมันและอยู่กับโลกปัจจุบัน
Once เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปินข้างถนนที่รับซ่อมเครื่องดูดฝุ่น แล้ววันหนึ่งก็มีเด็กสาวขายดอกไม้เข้ามาพูดคุยในช่วงเวลาที่เขากำลังต้องการเพื่อนหรือใครสักคนที่จะพูดคุย หนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงความฝัน คนบางคน หลงลืมความฝันของตัวเอง และอยู่กับโลกปัจจุบัน เพราะเขาเชื่อว่ามันไม่มีทางที่จะทำมันได้ คนบางคน กลัวที่จะทำตามใจตัวเอง เพราะด้วยภาระผูกพัน ที่บางครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นแค่เพียงข้ออ้าง เพราะเราไม่กล้าที่จะเดินไปตามทางนั้นต่างหาก แต่คนบางคน ก็เลือกที่จะทำอะไรบางอย่าง เพื่อเดินทางตามความฝันของตัวเอง แม้ว่าจะมองไม่เห็นทางข้างหน้า แต่ก็มีความเชื่อที่จะทำ Once ทำให้เรารู้สึกอิจฉาคนที่รู้ตัวว่าชีวิตตัวเองต้องการอะไร และเดินตามสิ่งที่ตัวเองนั้นต้องการ
สงสัยว่าเราคงเป็นคนที่ชอบดูหนังเพลงแน่ๆเลย เพราะไม่ว่าจะไปดูเรื่องไหน 99% เดินออกจากโรงต้องรีบแจ้นไปหาแผ่น soundtrack เรื่อง Once นี่อยากดูมานานแล้ว พี่ยุ้ยเชียร์ให้ไปดู ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพลงเพราะมากๆ ดูเสร็จแล้วก็ตั้งใจว่าจะออกไปหาแผ่นเพลงแน่ๆ แล้วก็ผ่านร้านประจำที่สยามเลยถอยมาสองแผ่น อีกนึ่งแผ่นคือ soundtrack หนังเรื่อง Juno หนังเรื่องนี้ก็ท่าทางจะดี CG น่ารัก แต่เหตุที่ว่าไม่ได้ดูหนังแต่ฟังเพลงก่อนก็เลยไม่ค่อยอิน
Subscribe to:
Posts (Atom)